จองโรงแรม เสนอข่าวจากสมาชิก จองโรงแรม
 
     
User
Pass
  ล็อกอินสมาชิก ข้างบนครับ สมัครสมาชิกก่อนนะ

หัวข้อข่าว : เที่ยวไม่ตกเทรนด์...อาสาฯช่วยช้าง-สร้างรายได้ให้ชุมชน
เวลา : 2009-08-16 07:52:36
ส่วนเฉพาะผู้ดูแล : แก้ไขหัวข้อนี้ - ลบหัวข้อนี้

Pic_26356

ภารกิจของผู้มาเยือน คือนำกล้วย อาหารโปรดของช้างมาป้อนถึงที่.

อีกหนึ่งกระแสตอบรับจากกระแสท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการเที่ยวไปพร้อมเป็นอาสาสมัครบำเพ้ญประโยชน์ไปในตัว...

เดี๋ยว นี้การเดินทางท่องเที่ยว ไม่ได้แค่ไปเปลี่ยนที่กินที่นอนเหมือนแต่ก่อน และก็ไม่ใช่แค่นึกอยากไปดูอะไรก็ออกไปดู เพราะตอนนี้เริ่มมีการพูดถึงกระแสการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ (Responsible Tourism) กันมากขึ้น รวมถึงการเที่ยวแบบ "อาสาสมัคร" ไปทำประโยชน์ให้กับชุมชนที่ไปเยือน ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นนั้นๆ

อย่างเช่น การมาเยือน ชุมชนบ้านไผ่น้อย และ ชุมชนบ้านไผ่ใหญ่ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่ตอนนี้กลายมาเป็น บ้านดูแลช้าง (วัยเกษียณ) ด้วยความตั้งใจดีของชาวบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ ที่เห็นความสำคัญและคุณค่าของสัตว์
คู่บ้านคู่เมืองไทยมายาวนาน จึงร่วมกับมูลนิธิพาช้างกลับบ้านและสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ดำเนินการจัดหาช้างที่อยู่ในเกณฑ์ของโครงการพาช้างกลับบ้าน แล้วนำกลับมาเลี้ยงไว้ในที่ที่เหมาะสม ...ซึ่งก็ได้แก่ "เกาะสวนสัตว์" ภายในอุทยานลำ ปลายมาศ



นี่ไงพาหนะนำคนและของ(กิน)ไปหาช้าง.

การ เดินทางมาเยี่ยมเยือนชุมชนบ้านไผ่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่ที่ 9 ซึ่งปัจจุบันเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบอาสาสมัคร จัดที่พักในลักษณะโฮมสเตย์ ให้มาเรียนรู้การทำงานร่วมกันของคนในชุมชน และช่วยกันปลูกพืชที่เป็นอาหารของช้าง ที่ขณะนี้มีอยู่แล้วสองเชือก

แน่ นอน เมื่อถามถึงที่มาของช้าง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านไผ่น้อย บอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่า ความตั้งใจเดิมก็คืออยากได้ช้างในบุรีรัมย์หรือไม่ก็ถิ่นอีสาน ที่ออกไปทำงานหนักและเหนื่อย ให้กลับมาอยู่อย่างสบายในบั้นปลายของชีวิต โดยมีลูก หลานคอยดูแลเป็นเสมือนการทดแทนคุณ แต่เมื่อติดต่อไปยัง "เจ้าของช้าง" ส่วนใหญ่ต่างส่ายหน้า ไม่อยากให้ช้างกลับมาบ้านในตอนนี้ เพราะยังสามารถนำออกไปหากิน ทำรายได้ให้กับเจ้าของอย่างเป็นกอบเป็นกำ ส่วนจะไปทำอะไรนั้น คงต้องขอละไว้ในฐานที่ "ไม่เข้าใจ" ก็แล้วกัน
แล้วผู้ใหญ่บ้านก็เล่าอีกว่า เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน แต่เจตนารมณ์



นั่งอีแต๊กมาดูช้างกับบรรยากาศแบบทุ่งๆ ของลำปลายมาศ.

ไม่ ผันแปร การหาช้างมาเข้าโครงการจึงต้องดั้นด้นออกไปนอกพื้นที่ จนไปลงตัวที่ "นกน้อย" หรือ เวโพ ช้างของชาวกะเหรี่ยง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่เจ้าของขายต่อให้ปางช้างแห่งหนึ่ง ไว้ใช้เป็นช้างบริการนักท่องเที่ยวเดินป่า แต่

หลังอิ่มจากมื้อเย็น ชาวบ้านจะจัดพิธีบายศรีรับขวัญผู้มาเยือนตามธรรมเนียมพื้นถิ่น.

ตลอด ช่วงอายุของ เวโพ ต้องทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เพื่อแลกกับอาหารประทังชีพที่ไม่ค่อยจะเพียงพอเท่าใดนัก ทำให้ร่างกายซูบผอม จนเตะตาเจ้าหน้าที่มูลนิธิพาช้างกลับบ้านเข้าอย่างจัง ด้วยอายุมากถึง 60 ปี มูลนิธิฯจึงไปขอซื้อมาด้วยเงินจากกองทุนธนาคารหมู่บ้านไผ่น้อย 4 แสนบาท และเงินบริจาคจากภายนอกอีก 2 แสนบาท เพื่อนำมาเลี้ยงและดูแลที่ "เกาะสวนสัตว์" เป็นตัวแรก มาตั้งแต่ปี 2551



แม้บาดแผลจากการเหยียบกับระเบิดจะหายแล้ว แต่ก็ทิ้งร่องรอยความบอบช้ำให้พังศรีแพร ไว้ไม่น้อย.

จาก นั้น "พังศรีแพร" ช้างอ่อนวัยกว่า อายุแค่ 30 ปี ที่ทุกวันนี้กลายเป็นช้างพิการขาซ้าย จากการเดินเหยียบกับระเบิดขณะทำงานชักลากที่ จ.ตาก ก็ตามมาอยู่ด้วยกันที่อุทยานลำปลายมาศ ภายใต้การดูแลของชาวชุมชนบ้านไผ่ใหญ่ ที่ไปขอซื้อจากเจ้าของในราคา 3 แสนบาท โดยใช้เงินจากธนาคารชาวบ้านมาเป็นทุน แล้วจ้างควาญช้างที่มีใจรักสัตว์โลกตัวโตๆมาดูแล ด้วยเงื่อนไข ไม่ให้นำช้างออกไปเร่ร่อน "หาเลี้ยงคน" ที่ไหนอีกแล้ว มีแต่จะเชิญชวนคนมาเยือน...เพื่อช่วยกันเลี้ยงช้าง

ทั้งนี้ ภารกิจของผู้มาเยือน ก็ไม่มีอะไรมาก หากมีเวลาน้อยอยู่แค่หนึ่งคืนกับหนึ่งวัน ก็ไม่ว่ากัน เพราะทันทีที่มาถึงก็จะได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านไผ่น้อย ด้วยอาหารเย็นจากฝีมือชาวบ้าน ต่อด้วยการประกอบพิธีบายศรีรับขวัญตามประเพณีท้องถิ่น จากนั้น
ก็แยกย้ายเข้าที่พัก กระทั่งรุ่งเช้า จึงยกโขยงนำ

อาหาร ช้าง หลักๆก็คือ กล้วย ไปให้ นกน้อย และ พังศรีแพร กินถึงที่ ซึ่งจะอาศัยนั่งรถอีแต๊กของชาวบ้าน หรือขอยืมสองล้อมาปั่นเลียบไปตามทุ่งนาหลังหมู่บ้าน ก็ตามแต่อัธยาศัย และหากมีเวลาเหลือ ก็ร่วมด้วยช่วยปลูกต้นไม้ไว้เป็นอาหารของช้างทั้งสอง ก็เป็นอันจบหนึ่งทริป สำหรับการมาช่วยช้าง



ความผูกพันของควาญ (ใหม่) กับช้างนก-น้อย ที่จะอยู่ดูแลกันไปอีกนาน.

การ มาแบบนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก ในเมื่อชาวบ้านบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ ยอมสละเงินกองทุนมาอุ้มชูช้างกันขนาดนี้แล้ว จะปล่อยให้เป็นภาระของชาวบ้านแต่เพียงลำพังก็กระไรอยู่ ฉะนั้น ใครสนใจอยากไปร่วมดูแลช้าง ตอนนี้ทางสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เปิดรับอาสาสมัครไปช่วยปลูกต้นไม้และพืช ที่เป็นอาหารช้าง ที่อุทยานลำปลายมาศ พร้อมพักกับชาวบ้านไผ่น้อย ในราคาต่อคืนอาจแพงกว่าที่อื่น เพราะเขาคิด 500 บาท/คน แต่เงินจำนวนนี้จะถูกแบ่งนำเข้าบัญชีดูแลช้าง 200 บาท และ 100 บาท เข้าบัญชีธนาคารหมู่บ้าน ที่เหลือถึงมอบให้เจ้าของบ้าน สนใจโทร.สอบถามไปได้ที่ 0-2229-4611-29

บ้านของชาวบ้านไผ่น้อยที่นำมาทำเป็นโฮมสเตย์.

บางทีการเดินทางท่องเที่ยวครั้งต่อไป ลองเปลี่ยนมาเป็นท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคมบ้าง...น่าจะดี.

ที่มา...Thairath

คำค้นหา ( Tag ) : ท่องเที่ยว อาสาฯ สร้างรายได้ ช้าง ชุมชน
ผู้เสนอ : anan
 
News.E-Santoday.com    

 
     ข่าวมาใหม่
 
การผลิตชาตามหลักเกษตรดีที่เหมาะสม
TOYOTA PRIUS เทคโนโลยีเพื่ออนาคต
การดูแลรักษากล้อง
Review : "Canon 1000D" DSLRฉบับเล็กพลิ้วได้ทุกที่
อีเอ็ม (EM) คืออะไร
ททท.ดึง นิชคุณ ดูดนักท่องเที่ยวกิมจิ
"อั้ม" โวยแทน "โน้ต" หาว่ารวยเว่อร์ "หมื่นล้าน"
พรีเมียร์ล็อกถล่ม ผีแดงพ่าย เบิร์นลีย์ทำได้1-0
เน็ตบุ๊ก
เที่ยวไม่ตกเทรนด์...อาสาฯช่วยช้าง-สร้างรายได้ให้ชุมชน

 ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนหรือคนรู้จัก
E-Mail : ใส่อีเมล์ของเพื่อนคุณ


ส่วนแสดงความคิดเห็น ล่าสุด50 คำตอบ

 
 
 



* ชื่อคุณ
อีเมล์
* รายละเอียด
แสดงอารมณ์
* รหัสลับ
*ใส่เลขให้ตรงกันด้วยครับ กัน spam