จองโรงแรม เสนอข่าวจากสมาชิก จองโรงแรม
 
     
User
Pass
  ล็อกอินสมาชิก ข้างบนครับ สมัครสมาชิกก่อนนะ

หัวข้อข่าว : ตรึงตา..."สามพันโบก" ประติมากรรมจาก ธรรมชาติกลาง ลำน้ำโขง
เวลา : 2009-08-07 11:05:28
ส่วนเฉพาะผู้ดูแล : แก้ไขหัวข้อนี้ - ลบหัวข้อนี้

คอลัมน์ บันทึกเดินทาง

โดย สุรเชต เพชรน้ำไหล



ควาย 5-6 ตัว ยืนเล็มหญ้า รอต้อนรับพวกเราอยู่ตรงบริเวณหาดสลึง ริมลำน้ำโขง

ทันทีที่ลงจากรถตู้ นักท่องเที่ยวผู้อาศัยอยู่ในเมืองกรุง ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นควาย จึงรีบกรูกันไปถ่ายรูปเจ้าสัตว์เคี้ยวเอื้องชุดใหญ่ เจ้าของควายนั่งยิ้ม มองดูบรรดาผู้มาเยือนด้วยแววตาเหมือนผู้ใหญ่มองดูเด็กที่กำลังเห่อของเล่นใหม่

ไม่ใช่การจัดฉาก นั่นเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านปากกะหลาง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี

วิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมดั้งเดิม มีควายเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยาก

ละจากควาย เรามุ่งหน้าเข้าสู่ท่าเรือบริเวณหาดสลึง เรือยาว 2 ลำเทียบท่ารออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับชายร่างใหญ่นาม "เรืองประทิน เขียวสด" ครูแห่งโรงเรียนบ้านสองคอน ผู้สนใจงานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งกำลังจะพาพวกเราไปชื่นชมความงดงามของ "สามพันโบก" แก่งหินกลางลำน้ำโขง ที่เต็มไปด้วยแอ่งมากมาย มองดูแปลกตา ผลงานการรังสรรค์จากธรรมชาติ

สามพันโบกมาจากการรวมกันของคำสอง คือ"สามพัน" กับ "โบก"

"โบก" เป็นคำที่ชาวอีสานใช้เรียก หลุม ส่วน "สามพัน" นั้นคือจำนวนหลุมมากมายมายที่พบในแก่งหินกลางลำน้ำโขงนี้ ซึ่งความจริงอาจมากกว่าสามพันหรือน้อยกว่าสามพัน ก็ขึ้นอยู่กับว่านักท่องเที่ยวจะไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินี้ในช่วงเวลาใด คือถ้าหากเป็นในช่วงหน้าแล้ง ราวเดือนมีนาคม-เมษายน จะพบเห็นจำนวนโบกมากมายละลานตา แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน น้ำหลาก บางทีก็อาจท่วมโบกไปมากจนบางทีหากนับแล้วอาจไม่ได้ครบสามพันดังชื่อ (ฮา)


หน้าแล้งจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดหากจะไปเยือนสามพันโบก

การเกิดขึ้นของโบกนั้นเป็นการรังสรรค์จากธรรมชาติ เพราะในฤดูน้ำหลาก แม่น้ำโขงไหลเชี่ยวกราก และเมื่อมาถึงบริเวณที่เป็นช่วงโค้งและแคบน้ำโขงจะไหลแรงขึ้นและหมุนวน เม็ดทรายที่กระแสน้ำพัดพามาจะกัดเซาะขัดหินจนเกิดเป็นหลุมโพรง ปีแล้ว ปีเล่า หลุมโพรงหรือโบกเหล่านี้ก็จะขยายขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางโบกใหญ่ขนาดลงเล่นน้ำได้ เช่น โบกบนเนินแก่งหินอย่าง "สระมรกต"

ดังนั้น เมื่อหน้าแล้งน้ำลดจึงปรากฏโบกรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดมากมาย

ทั้งวงกลม วงรี หรือรูปโน้นรูปนี้ ตามแต่ที่ใครจะจินตนาการ ดังเช่นโบกหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า " โบกมิกกี้ เม้าส์" อันเนื่องมาจากมีรูปร่างคล้ายกับเจ้าหนู ตัวการ์ตูนของวอลต์ดิสนีย์นั่นเอง

ครูแห่งโรงเรียนบ้านสองคอนบอกว่า โบกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมาก หากเพียงมีอะไรไปทำให้แก่งหินเป็นร่องรู เมื่อก่อนเคยพานักเรียนมาทำค่าย กางเต๊นท์ค้างแรมบนแก่ง จุดเทียนกันบนแก่งหิน ปีต่อมาพบว่า บริเวณที่เคยตั้งเทียนนั้นได้เริ่มขยายขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าอีกไม่นานก็คงกลายเป็นโบกขนาดใหญ่ได้

ดังนั้น เรือนประทินจึงเลิกพาเด็กนักเรียนมาออกค่ายนอนค้างบนแก่งอีก นั่นเพราะเขาอยากให้ธรรมชาติสร้างสรรประติมากรรมอันตระการตานี้ด้วยตัวเอง โดยเรือนประทินได้หันมาพยายามผลักดันให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักสามพันโบก หาดสลึง ทะเลอีสาน

เชิญชวนให้ผู้คนได้มาชื่นชมความงดงามของดินแดนที่เขาอาศัยอยู่

นั่งเรือจากหาดสลึงราว 10 นาที เราก็เดินทางมาถึงสามพันโบก

พระอาทิตย์แผดจ้า ฟ้าเป็นใจอย่างยิ่ง จนใครบางคนซึ่งมีกล้องและเลนส์เต็มตัวถึงกับกล่าวออกมาว่า....

"แสงอย่างนี้...ไม่รู้กี่ปีจะมีให้เห็นสักครั้ง"

ว่าจบ...เขาก็ยกกล้องขึ้นประทับในระดับสายตา รัวกดชัตเตอร์ราวกับกลัวเหลือเกินว่าหากจะช้าไปกว่านี้ฟ้าที่ว่าเป็นใจนั้นอาจเป็นเพียงอดีต อันจะทำให้เขาพลาดโอกาสได้ภาพงดงามของสามพันโบกกลับไป ดังนั้น เมื่อขึ้นจากเรือสู่แก่งหินกลางลำน้ำโขง จึงไม่แปลกที่บรรดาชาวคณะของเราจะเร่งรีบหามุมถ่ายรูป ตรงโน้น ตรงนี้ มองดูวุ่นวายเหมือนผึ้งแตกรัง

แม้จะไม่ได้เจนจัดเรื่องการถ่ายภาพมากมาย แต่ผมก็มีกล้องติดตัวไปด้วย...

แน่นอน ในเมื่อช่างภาพบางคนบอกว่า "แสงอย่างนี้...ไม่รู้กี่ปีจะมีให้เห็นสักครั้ง" แล้วผมจะรอช้าอยู่ไยล่ะ รีบหามุมถ่ายรูปในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ โดยเฉพาะกับมุมที่เป็นเงาในน้ำซึ่งอยู่ในโบก ได้ภาพถูกใจบ้างไม่ถูกใจก็ลบทิ้งไป จนคิดว่าพอสมควรแล้วก็อยากลองเล่นน้ำใน "โบก-สระมรกต" ทำตัวเหมือนเด็กๆ ที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในโบกนั้นดูสักครั้ง

ไม่ช้าไปกว่าความคิด...

ครู่หนึ่งผมก็กระโดดลงสระมรกต เสียงร่างกระแทกน้ำดัง "ตูม!" เล่นเอาเพื่อนร่วมทางหันมามอง และร้องเรียกให้ขึ้นมากระโดดใหม่อีกรอบ รอบแล้วรอบเล่า พวกเขาและเธออยากได้ภาพถ่ายตอนที่ร่างของผมหมุนวนอยู่กลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงสู่ผืนน้ำ

"อีกครั้งสิ...เมื่อกี้ถ่ายไม่ทัน" เพื่อนร่วมทางบอก

"ไม่เอา เหนื่อยแล้ว" ผมว่าพร้อมกับหอบหายใจแรง

"น่า...กระโดดน้ำอีกครั้งเหอะ ทำเพื่อวงการสื่อสารมวลชนของพวกเราหน่อย"

อ้างไปโน่น!...

เจอไม้นี้ผมจึงค่อยๆ ปีนตลิ่งพาตัวเองไปหยุดยืนอยู่ริมน้ำ เลือกบริเวณที่ไม่มีโขดหินระเกะระกะ ให้สัญญาณกับผู้เรียกร้องขอให้ผมกระโดด นับหนึ่งถึงสาม จากนั้นร่างของผมก็ลอยคว้างอีกครั้ง พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ของบรรดาเพื่อนร่วมทางดังลั่นอีกชุดใหญ่

แม้จะเดินสำรวจจนถ้วนทั่วแก่งขนาดใหญ่ของสามพันโบกแล้ว แต่คณะของเราก็ยังไม่ยอมกลับ

"รอถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกก่อนสิ" ช่างภาพคนหนึ่งบอก

ทุกคนพยักหน้า รอเวลา...

ไม่ผิดหวัง เพราะสามพันโบกในขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ก็เป็นภาพที่งดงามไม่แพ้กับตอนแดดจ้าฟ้าเปิด สำแสงที่สาดส่องมาจากฟากฟ้าทิศตะวันตก ลากยาวไปทางฟากฟ้าทิศตะวันออก เป็นเส้นตรงงดงามหลากหลายเฉกสี ยิ่งลำแสงที่สะท้อนกับผิวน้ำในแต่ละโบก ทำให้ความรู้สึกเหมือนบรรดาโบกเหล่านั้นเป็นบ่อทองคำ

จนอาทิตย์ลับฟ้า เราจึงต้องโบกมือลาประติมากรรมของธรรมชาติ

นั่งเรือกลับ หอบเอาความประทับใจอิ่มเอมใจที่ได้มาเยือนสามพันโบกกลับไปด้วย

หน้า 23

 ข้อมูลจาก
คำค้นหา ( Tag ) : ตรึงตา..."สามพันโบก" ประติมากรรมจาก ธรรมชาติกลาง ลำน้ำโขง
ผู้เสนอ : news
 
News.E-Santoday.com    

 
     ข่าวมาใหม่
 
การผลิตชาตามหลักเกษตรดีที่เหมาะสม
TOYOTA PRIUS เทคโนโลยีเพื่ออนาคต
การดูแลรักษากล้อง
Review : "Canon 1000D" DSLRฉบับเล็กพลิ้วได้ทุกที่
อีเอ็ม (EM) คืออะไร
ททท.ดึง นิชคุณ ดูดนักท่องเที่ยวกิมจิ
"อั้ม" โวยแทน "โน้ต" หาว่ารวยเว่อร์ "หมื่นล้าน"
พรีเมียร์ล็อกถล่ม ผีแดงพ่าย เบิร์นลีย์ทำได้1-0
เน็ตบุ๊ก
เที่ยวไม่ตกเทรนด์...อาสาฯช่วยช้าง-สร้างรายได้ให้ชุมชน

 ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนหรือคนรู้จัก
E-Mail : ใส่อีเมล์ของเพื่อนคุณ


ส่วนแสดงความคิดเห็น ล่าสุด50 คำตอบ

 
 
 



* ชื่อคุณ
อีเมล์
* รายละเอียด
แสดงอารมณ์
* รหัสลับ
*ใส่เลขให้ตรงกันด้วยครับ กัน spam