คมชัดลึก : "ไปไหน ไปไหน...ไปปู่จกปู" จั่วหัวไว้แบบนี้คงต้องตอบคำถามกันยาวว่า ประโยคคำถามนี้มันสื่อถึงอะไร !?
แต่ถ้าเฉลยว่า ปู่จกปูที่ชี้ชวนกันไปนั้น หมายถึง "สามพันโบก"
ประติมากรรมหินกลางลำน้ำโขงที่บ้านโป่งเป้า ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร
จ.อุบลราชธานี คงมีคนยกมือขอติดสอยห้อยตามกันไปเยือนเป็นขบวน
อบต.เหล่างาม เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวเยือนสามพันโบก
สามพันโบก
เป็นกองหินรูปทรงสวยงาม
และพิลึกกึกกือมากมายที่รังสรรค์โดยธรรมชาติทั้งกระแสน้ำ และกระแสลม
ก่อเกิดเป็นเกาะแก่งที่อุดมไปด้วย "โบก" หรือ "หลุม" รูปทรงแปลกตา
ทั้งยังงามแปลกตาด้วยชะง่อนเชิงผาเรียบมน
และมีสีสันเปลี่ยนไปตามแสงของตะวัน
ในฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำโขงจะเอ่อสูงท่วมเกาะแก่งจนมิด
ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถมองเห็นเกาะแก่งนี้ความแรงของกระแสน้ำ
และความคมของก้อนกรวดจะทำหน้าที่ขัด และกลึงบ่อหินนับพันๆ
บ่อให้กลายเป็นรูปร่างต่างๆ จนเป็นประติมากรรมธรรมชาติบริสุทธิ์
การขัดกลึงของกระแสน้ำ และก้อนกรวดทรายเล็กๆ
นานหลายพันปีก่อให้เกิดหลุมบ่อขนาดน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน และเมื่อถึงหน้าแล้ง
ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม-ปลายเดือนพฤษภาคม
ประติมากรรมธรรมชาติก็จะเผยโฉมอวดสายต่าชาวโลกอีกครั้ง
ว่ากันว่า
นักถ่ายภาพเป็นกลุ่มคนที่มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้ที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จัก
ของคนทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์ และเว็บบอร์ดการถ่ายรูป
โดยเฉพาะโบกที่มีรูปทรงคล้ายกับหัวของการ์ตูน "มิกกี้เม้าส์"
และหินรูปทรงต่างๆ แปลกตามากมายที่เปลี่ยนสีได้ตามจังหวะเวลาของวัน
นอกจากนี้ จ.อุบลราชธานี
ยังเป็นพื้นที่แรกที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม
แต่ที่พิเศษมากขึ้นไปอีก เราจะได้เห็นปรากฏการณ์ "พระอาทิตย์สามดวง"
หลังจากดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขยับตัวสูงขึ้นพ้นขอบฟ้า
นอกจากพระอาทิตย์
บนฟ้าแล้ว ยังจะเห็นพระอาทิตย์อีกสองดวงไปทอดกายอยู่ในโบก และ "สระมรกต"
หรือ "บุ้งน้ำใส" สระน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่เคยเหือดแห้ง
ในช่วงหน้าแล้งสระมรกตเคยอยู่สูงจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงถึง 12 เมตร
"หนุ่มเช" และ "สาวบี" สมาชิกร่วมทริปนี้
จึงชิงตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพราะอดใจเอาไว้ไม่อยู่
ขอลองลงไปดำผุดดำว่ายพิสูจน์ความใสให้เห็นกับตาร่วมกับนักท่องเที่ยวกลุ่ม
อื่นที่กระโจนลงไปก่อนหน้า
อีกปัจจัยที่ทำให้สามพันโบกเริ่มเป็นที่รู้จัก คือ ในปลายปี 2549
ครูเรืองประทิน เขียวสด คุณครูโรงเรียนบ้านสองคอน
ได้เริ่มพานักท่องเที่ยวที่ต้องการแสวงหาความแปลกใหม่มาตั้งแคมป์ไฟ
นอนห่มฟ้านับดาวบนลานหินกว้างอันสวยงามแปลกตาแห่งนี้
แน่นอนว่า เมื่อมีนักท่องเที่ยวมามากขึ้นย่อมเกิดผลกระทบตามมา
โดยลานหินที่เคยได้รับความร้อนจากแสงแดด
และการจุดเทียนเริ่มมีร่องรอยของโบกเกิดใหม่ แม้จะเป็นเพียงรอยบางๆ ก็ตามที
นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเยือนที่นี่ควรเริ่มทริปที่ "หาดสลึง"
ที่บ้านสองคอน ซึ่งเป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดยาว ต่อด้วย "ปากบ้อง"
ซึ่งเป็นส่วนที่แคบสุดของแม่น้ำโขง
ถัดขึ้นไปทางเหนือจะมี "แก่งหินหัวพะเนียง"
ที่พรากแม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือเรียกว่า "สองคอน" ในภาษาอีสาน
และยังเป็นที่มาของชื่อ "บ้านสองคอน" อีกด้วย
สำหรับนักเดินทางที่พลาดทริปสามพันโบกในปีนี้ วางโปรแกรมกันยาวๆ
ได้เลย พอเข้าถึงช่วงกลางฤดูแล้งของเดือนธันวาคม
เบนเข็มทิศล็อกที่หมายปลายทางสู่สามพันโบกได้เลย
ถ้าจะให้ดีควรเลือกเดินทางเลี่ยงกองทัพมหาชนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
และวันหยุดยาว
ท่านจะได้ชมทิวทัศน์ได้เต็มอิ่มกับอัศจรรย์ประติมากรรมหินกลางลำแม่น้ำโขง
"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
kittinun@nationgroup.com