ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้ใช้รถทุกท่านต้องพบเจอกับการปรับตัวสูงขึ้นแทบทุกเดือนส่งผลให้การเลือกซื้อรถเปลี่ยนไป จากที่เมื่อก่อนคนไทยชอบรถยนต์คันใหญ่ เครื่องยนต์มีความจุมากๆและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับใช้งาน หลังจากวิกฤตการณ์ของเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบโดยตรงไปยังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นวิกฤตการณ์ของพลังงานที่เกิดขึ้นตามมา ทำให้ความคิดเดิมๆในการใช้รถของคนไทยเปลี่ยนไป รถยนต์คันเล็กๆที่มีความจุของเครื่องยนต์ไม่มากนักกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง รวมถึงรถที่มีเครื่องยนต์ลูกผสมโดยมีทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและ เครื่องยนต์ขนาดเล็กประหยัดน้ำมันเริ่มถูกนำเข้ามาขายในเมืองไทยมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือรถยนต์ไฮบริด Toyota Prius 2009 ในเจเนอเรชั่นที่สามของรถยนต์ประหยัดน้ำมันในตระกูล Prius
Prius
เจเนอเรชั่นแรกถือกำเนิดขึ้นในปี 1997
กับสถิติการขับแบบใช้งานทั่วไปในเมืองโดยมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 17.5
กิโลเมตรต่อลิตร และรุ่นที่สองในปี 2002 กับสถิติใหม่ที่
21.3กิโลเมตรต่อลิตรทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมไปทั่วสำหรับการขับใช้งานในเมืองใหญ่ๆที่มีสภาพการจราจรติดขัด
ถึงแม้ว่าในรุ่นที่สองนี้ Toyota
จะขยายความจุของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 1800 c.c.สี่สูบก็ตาม วิศวกรของ
Toyota
ทำการเปลี่ยนแปลงตัวปั้มน้ำแบบเก่าที่เคยทำงานด้วยสายพานพ่วงติดกับ เครื่องยนต์
(ซึ่งทำให้เกิดแรงต้านทานและสิ้นเปลืองน้ำมัน)มาเป็นปั้มน้ำที่ทำงานด้วย
มอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมทั้งปรับปรุงระบบหมุนเวียนของไอเสีย Exhaust Gas Recirculation
ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธ์ภาพที่ดีขึ้นและเป็นเครื่องตัวแรกของค่าย Toyota
ที่ไม่มีสายพานด้านนอกของเครื่องยนต์ใดๆทั้งสิ้น 
Prius ในโมเดลล่าสุด (2009)
มีรูปลักษณ์แบบรถยนต์อเนกประสงค์ห้าประตู
โดยใช้การออกแบบตัวถังรถทั้งคันให้เป็นไปตามหลักของอากาศพลศาสตร์
เพื่อให้ตัวถังมีความลู่ลมและลดค่าแรงประทะของกระแสอากาศเพื่อให้ส่งผลใน
ด้านอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง แนวหลังคาของ Prius ใหม่มีความลาดลง 3.9 นิ้ว
ด้านหน้ามองดูคล้ายกับ Toyota
Wish และมีเส้นสายรอบตัวถังที่ดูดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาก
แนวเส้นข้างจากไฟหน้าถึงมุมไฟท้ายเหนือซุุ้มล้อออกแบบได้ดี ไฟท้ายยังคงเป็นไฟ led
อยู่ในกรอบสีขาวที่พบเห็นได้ทั่วๆไปในรถของ Toyota
ตระกูลไฮบริดที่มักจะมีกรอบไฟท้ายในลักษณะนี้
กระจกหลังบานใหญ่มีไฟเบรคดวงที่สามติดมาให้และสามารถเปิดท้ายเพื่อใส่
สัมภาระโดยการพับเบาะนั่งด้านหลังเพื่อทำให้ได้พื้นที่ในการบรรทุกเพิ่มมาก ขึ้น

Prius
ใหม่ได้รับการออกแบบช่วงล่างเพื่อทำให้มันวิ่งทรงตัวได้อย่างมั่นคงและลด
ความสั่นสะเทือนรวมถึงเสียงรบกวนของการทำงานในเครื่องยนต์และช่วงล่างให้ น้อยลง
ลดน้ำหนักของตัวรถด้วยการใช้วัสดุประเภทอลูมิเนียมในการผลิตฝากระโปรงหน้า และหลัง
เสริมความแข็งแกร่งให้กับเสาa,b,cและคานของตัวรถ
ช่วงล่างทั้งหมดรวมถึงระบบเบรคผลิตจากโลหะที่มีค่าความเหนียวเป็นพิเศษ
กันสะเทือนแบบสตัคท์ในด้านหน้าและกึ่งคานแข็งในด้านหลังเสริมความมั่นคงด้วย
เหล็กกันโคลงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น Toyota Prius
ติดตั้งระบบแทร็คชั่นคอนโทรล trac และระบบรักษาความเสถียรของตัวรถ
vsc ดิสเบรคทั้งสี่ล้อติดตั้ง edb
หรือระบบกระจายแรงจากการเบรคพร้อมด้วยชุดช่วยเบรค(ba)จากที่รุ่นก่อนหน้านี้
ยังคงใช้ดรั้มเบรคในล้อด้านหลังเพื่อลดต้นทุน
ภายในห้องโดยสารดีไซน์
ตามสไตล์ของ Toyota
ที่สามารถใช้งานได้ง่ายแทบทุกตำแหน่ง
แผงหน้าปัดถูกย้ายไปไว้บริเวณกึ่งกลางและติดตั้งจอแสดงผล multi-informational
display เพื่อแสดงค่าความเร็ว อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ในขณะขับขี่
การทำงานของระบบปรับอากาศ
และที่ขาดไม่ได้คือการแจ้งเตือนการทำงานของระบบไฮบริดทั้งระบบ
พวงมาลัยมีสวิทควบคุมระบบปรับอากาศและเครื่องเสียงโดยมีการทำงานที่เชื่อม
ต่อกันกับจอแสดงผลบริเวณคอลโซลกลาง
เมื่อผู้ขับปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานบนสวิทที่พวงมาลัย
จอแสดงผลจะแสดงภาพเดียวกันกับโหมดที่ผู้ขับทำการปรับเปลี่ยนไปด้วย
เพื่อทำให้สะดวกและไม่ต้องละสายตาไปจากการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
หลังคากระจกแบบสไลด์ที่ด้านหลังเหนือศีรษะผู้โดยสารติดตั้งแผงโซลาร์เซลส์
เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของพัดลมปรับอากาศจึงไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจาก
แบตเตอรี่รถให้เกิดการสิ้นเปลือง
ผู้ขับสามารถปรับตั้งอุณภูมิตามต้องการล่วงหน้าก่อนที่จะขึ้นไปขับ
ระบบปรับอากาศที่ใช้แผงโซลาร์เซลส์เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าเพื่อสร้างพลังงาน
ให้กับมอเตอร์ของพัดลมนี้นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของวงการรถยนต์เลยทีเดียว
การใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณน้อยด้วยการใช้หลอด
led หรือ light emitting diode สำหรับไฟต่ำด้านหน้า
ไฟท้ายไฟหรี่และไฟเบรคช่วยในการประหยัดพลังงานจากแบตเตอรี่ของรถ
การปรับอากาศภายในห้องโดยสารของคอมเพรชเซอร์แอร์ วิศวกรของ Toyota ทำการออกแบบใหม่ทั้งหมดใน prius
เพื่อให้มีการหน่วงเครื่องยนต์ หรือกินกำลังของเครื่องให้น้อยที่สุด ระบบ cold
start up ทำงานโดยมีวงจรเชื่อมต่อกับ egr
ทำหน้าที่นำความร้อนภายในท่อไอเสียที่กำลังจะถูกปล่อยออกไป
กลับมาหมุนเวียนเข้าสู่หม้อน้ำเพื่อให้เครื่องยนต์มีอุณภูมิพร้อมในการทำงาน
ได้รวดเร็วขึ้น
รวมถึงใช้ร่วมกันกับฮีตเตอร์เพื่อสร้างอุณภูมิที่อบอุ่นในสภาพการใช้งานที่
มีอากาศหนาวเย็นภายนอกตัวรถ 
การทำงานของระบบไฮบริดใน
Toyota Prius ใหม่
ประกอบไปด้วยระบบต่างๆดังนี้
1) เครื่องยนต์รหัส 1nz-fxe
เมื่อผู้ขับขี่หยุดหรือจอดรถ เครื่องยนต์จะดับเองโดยอัตโนมัต
ระบบปรับอากาศที่ยังคงทำงานอยู่เพื่อรักษาอุณภูมิมาจากพลังงานของแบตเตอรี่
2)
มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสองตัว mg1-mg2 สามารถหมุนด้วยรอบความเร็วกว่า 10,000
รอบต่อนาทีเพื่อสร้างพลังงาน 50 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่ากับแรงม้าถึง 67 แรง ที่
1200-1540 รอบต่อนาที และสร้างแรงบิดที่ 40.8 กิโลกรัม/เมตร โดยติดตั้ง
regenerative braking
ระบบนี้จะทำหน้าที่แปลงพลังงานกลจากการเบรคมาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟแล้วชาร์จ
กลับไปที่แบตเตอรี่ตลอดเวลาที่ใช้งาน
3) prius ติดตั้งแบตเตอรี่แบบ nickel metal
hydride (ลักษณะคล้ายกับแบตเตอรี่จากโทรศัทพ์มือถือ แต่มีขนาดใหญ่กว่ากันมาก)
สามารถสร้างกำลังไฟฟ้าได้สูงสุดที่ 273.6 โวลต์ น้ำหนักประมาณ 54 กิโลกรัม
ซึ่งผลิตโดยบริษัท พานาโซนิค ตามการออกแบบและคิดคำนวนด้านน้ำหนักของวิศวกรจาก
toyota เพื่อไม่ให้มันมีขนาดและน้ำหนักที่ส่งผลกระทบต่อการสิ้นเปลืองพลังงานของ
prius
4) ชุดส่งกำลัง hybrid synergy drive (hsd)
จะประกอบไปด้วยเฟืองเกียร์อัตราทดกำลังสูง power split device
ควบคุมการทำงานด้วยไมโครโปรเซสเซ่อร์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กจะคอยปรับเปลี่ยน
การใช้พลังงานในการขับเคลื่อน
ทั้งจากตัวเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้ทำงานสัมพันธ์กันไปตลอดเวลาที่
ขับขี่
นอกจากนั้น Prius ยังมีระบบที่ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลด้วย
dynamic radar cruise control
โดยที่ระบบนี้จะส่งสัญญาณอย่างต่อเนื่องไปที่รถคันข้างหน้าด้วยคลื่นเรดาห์
เมื่อผู้ขับขี่เปิดใช้งานก็เพียงแค่คอยถือพวงมาลัยให้ตรงกับเส้นทางเท่านั้น
เซนเซอร์วัดระยะความห่างของ prius
กับรถคันข้างหน้าจะรักษาระยะห่างให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยตลอดเวลา
การเข้าจอดในพื้นที่เล็กๆและคับแคบยังถูกรองรับด้วย intelligent parking assist
จะช่วยในการนำรถเข้าจอดพร้อมกล้องด้านหน้า และด้านหลัง
ลดโอกาศที่จะถอยชนในขณะที่กำลังจอด
และจะทำงานทันทีที่ผู้ขับใส่เกียร์ในตำแหน่งถอยหลัง พร้อมด้วยระบบนำร่องดาวเทียม
(gps) อุปกรณ์เสริมพิเศษที่มีให้เลือกติดตั้ง
Prius มาจากคำในภาษาลาติน
มีความหมายว่า การก้าวไปข้างหน้า โดยชื่อของมันนั้น Toyotaต้องการแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยี่ที่ไม่หยุดยั้งในการพัฒนารถยนต์ของบริษัท
ที่มียอดขายมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกยนต์กรรม
โดยเห็นได้จากระบบต่างๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่และการประหยัด
น้ำมันเชื้อเพลิง รูปแบบของตัวรถที่ทันสมัยและสามารถขับใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี
ทาง Toyota
เตรียมการทำตลาดทั้งในยุโรป อเมริกา และในเอเซีย พร้อมกันประมาณกลางปีนี้
ราคาในประเทศญี่ปุ่นตกประมาณ 900,000 บาท
แต่เมื่อดีเล่อร์หรือตัวแทนจำหน่ายอิสระนำเข้ามาขายและผ่านกำแพงภาษีอันโหด
ร้ายไม่สมประกอบในเมืองไทย
(ภาษีรถยนต์นำเข้าก็ไม่มีการยกเว้นถึงแม้จะเป็นรถประหยัดพลังงานและคายไอ
เสียต่ำก็ตาม) คงจะไม่หนี 2.5 ล้านบาทอย่างแน่นอน
Toyota Prius
Specifications
เครื่องยนต์..........................เบนซินสี่สูบ
dohc 16วาลว์ dual vvti
ความจุ................................1798 c.c.
กระบอกสูบ/ช่วงชัก.............85.0X88.3
มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด..............13:0:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..............Sequential
multi-point EFI with Electronic Throttle Control System with intelligence
(etcs-i)
ระบบหัวฉีด.........................Electronic, with Toyota Direct
Ignition (TDI)
กำลังสูงสุด..........................98 แรงม้าที่ 5200
รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................14.5
กิโลกรัม/เมตร
มอเตอร์ไฟฟ้า.......................80 แรงม้า
(60kw)
ชนิดของมอเตอร์..................Permanent magnet AC synchronous motor
voltage.................................650V
maximum
แรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้า....21.0
กิโลกรัม/เมตร
กำลังสูงสุดโดยรวม..............134
แรงม้า
ระบบเกียร์............................อัตโนมัต cvt
ระบบขับเคลื่อน....................ขับเคลื่อนล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว.................แร็คแอนด์พีเนียน
พร้อมเพาว์เวอร์ผ่อนแรง
ระบบกันสะเทือน.................ด้านหน้า
แม็คเฟอร์สันสตรัคท์ ด้านหลัง
กึ่งคานแข็ง
ระบบเบรค...........................ด้านหน้า/หลัง จานดิสเบรค
พร้อมครีบระบายความร้อน ติดตั้งระบบช่วยเบรค abs,ebd, ba
มิติตัวถัง
ความยาว............................4460
มิลลิเมตร
ความกว้าง..........................1745
มิลลิเมตร
ความสูง..............................1490
มิลลิเมตร
ฐานล้อ................................2700 มิลลิเมตร
ขนาดล้อ
.............................17
นิ้ว
ขนาดยาง............................215/50/r
17
ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ออากาศ (cd) 0.25
ราคาในญี่ปุ่น(2009)............ประมาณ 900,000 บาท
chang
palace
chang.arcom@thairath.co.th
photo
by
-www.autocity.com
-www.commons.wikimedia.org










