
แพทย์ เผย ให้ยาโอเซลทามิเวียร์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แล้ว หวั่น ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พร้อม ส่งสารคัดหลั่งตรวจ 3 วันรู้ผล ...
เมื่อ
เวลา 07.00 น. วันนี้( 14 ส.ค. ) ที่ห้อง 9821 ชั้น 8
ห้องพักรักษาอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
อ.เมือง ความคืบหน้าอาการอาพาธ
หลังจากที่เข้ารักษาอาการตั้งแต่เมื่อวานนี้( 13 ส.ค.) โดยหลวงพ่อคูณ
นอนห่มผ้าห่มส่วนตัวพักอยู่บนเตียง โดยมีสายยางให้น้ำเกลือตลอดเวลา
นอนลืมตา จากนั้นลูกศิษย์ใกล้ชิด 2 - 3 คนที่นอนเฝ้าคอยปรนนิบัติตลอด 24
ชั่วโมง นั่งนวดแขน ขา และขมับ
ต่อมานายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์
แพทย์ประจำตัว และเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด
นายแพทย์สุรินทร์ แซ่ตั้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท
และนายแพทย์อนุชิต นิยม ปัทมะ อายุรแพทย์โรคปอด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด
และเป็นแพทย์ผู้ดูแลคนไข้ที่ติดไข้หวัด 2009 ของ รพ.มหาราชฯ
และพยาบาลประจำชั้น 8 ห้อง 9821 ได้เข้าตรวจอาการ
พร้อมกับให้หลวงพ่อคูณฯสวมหน้ากากพ่นยาต้านไวรัสเป็นเวลา 20 นาที
โดยหลวงพ่อมีอาการไอเป็นระยะๆ และมีเสลดจำนวนมาก และพูดบ่นตลอดว่า
หมอบอกว่า กูไม่เป็นไรจะมาตรวจทำไม กูจะกลับวัด
โดยคณะแพทย์ได้ใช้เวลาในการตรวจ 1 ชั่วโมง
จากนั้นลูกศิษย์ใช้น้ำอุ่นเช็คหน้า ตัว
และบ้วนปากแล้วทาแป้งให้ร่างกายดูสดชื่น ส่วนสภาพร่างกายผอมซีด
ไม่ค่อยมีแรง จากนั้นให้พักผ่อนนอนหลับ และต่อมาลูกศิษย์ได้นำอาหารอ่อน
เป็นโจ๊กหมูใส่ขิง 1 ถ้วยชาม เพื่อให้หลวงพ่อฉันได้เกือบครึ่งถ้วยชาม
และฉันขนมหวานได้เล็กน้อย ซึ่งโดยสภาพทั่วไปอาการดีขึ้น
พูดจารู้เรื่องบ้างเล็กน้อย แต่ยังสบสนอยู่
ด้านนายแพทย์พินิศจัย
กล่าวภายหลังเข้าตรวจอาการอาพาธ ว่า เมื่อวานท่านมาด้วยอาการสับสนความจำ
จำไม่ได้ ครั้งแรกอาการเป็นตอน 4 โมงเช้า หลังจากนั้นแพทย์ระบบประสาท
รพ.มหาราช ได้ตรวจแต่ไม่พบอะไร แต่ช่วงเที่ยงครึ่งมีอาการเหมือนเดิม
คณะแพทย์จึงตัดสินใจนำมาตรวจที่ รพ.มหาราชฯ ช่วง 16.00 น.วันที่ 13 ส.ค.
เราประเมินแล้วอาการที่เกิดขึ้น 2 อย่าง 1.
เรื่องของภาวะความสับสนที่เจอได้คนสูงอายุ อาจจะสภาวะสเตสน้ำตาล และ
2.เป็นอาการหนึ่งของการชัก
ซึ่งหลังจากนั้นคณะแพทย์ได้เฝ้าดูอาการใกล้ชิดจนกระทั่ง เมื่อเวลา 19.00
น. ของเมื่อวาน ปรากฏหลวงพ่อเริ่มมีไข้ขึ้นสูง และหนาวสั่นมาก
และสาเหตุของไข้คิดว่าน่าจะเป็นได้จาก 2 เรื่อง คือ
อาจจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด
หรืออาจจะเป็นเรื่องของติดเชื้อไวรัส
ตนคิดว่าถ้าเป็นเชื้อไวรัสที่เรานึกถึงมากที่สุดคือไข้หวัด 2009
เนื่องจากว่า 1. อาการหลวงพ่อรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยเป็น
2.
เรื่องระบาดวิทยา จ.นครราชสีมา ระบาดค่อนข้างมาก
และที่ผ่านมาเราระวังค่อนข้างมาก
ได้กำชับไปว่าให้ลูกศิษย์สวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนเข้าปฏิบัติดูแลหลวงพ่อคูณ
แต่ปัจจัยหนึ่งที่เราไม่สามารถจะคอนโทรลได้คือเรื่องลูกศิษย์หรือ
ศิษยานุศิษย์ที่ไปกราบมากในแต่ละวัน
เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อไข้หวัด 2009
และเมื่อต้นปีหลวงพ่อได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ทั่วๆไป
อันนี้เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เรานึกถึงไข้หวัด 2009 มากขึ้น
เพราะถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ในช่วงนี้ไม่น่าจะเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั่วไปที่
เป็นกัน คณะแพทย์จึงตัดไข้หวัดใหญ่ทั่วไปได้มากขึ้น
และเมื่อคืนที่ผ่านมาคณะแพทย์เริ่มรักษาแบบไข้หวัด 2009
เนื่องจากหลวงพ่อคูณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาก ทั้งอายุ เบาหวาน และโรคประจำตัว
คณะแพทย์จึงตัดสินใจให้ยาโอเซลทามิเวียร์ (ทามิฟลู) และยาพ่นต้านไวรัส
เช้าวันนี้ (14 ส.ค.) อาการของหลวงพ่อด้านระบบประสาท ดีขึ้น
ด้าน
นายแพทย์สุรินทร์ กล่าวว่า อาการทางสมองตั้งแต่เมื่อวานสับสนมาก
และกระสับกระส่าย จนกระทั่งคณะแพทย์พบว่ามีไข้หนาวสั่น
ฉะนั้นอาการสับสนน่าจะมาจากอาการไข้ และหลังจากไข้ลดลงอาการก็ดีขึ้น
ทุกอย่างปกติดี ความดันปกติ ผิดจากเมื่อวานมาก แต่ท่านยังมีอาหารหลงบ้าง
คือ จำสถานที่ และเวลาไม่ได้เท่านั้นเอง
แต่มีความสนใจต่อคำถามของคณะแพทย์และลูกศิษย์ใกล้ชิดอยู่
และอาการสับสนของท่านคงจะจำหน้าได้ แต่จำชื่อยังไม่ได้
ส่วนการติดเชื้อในกระแสเลือดคงต้องรอผลยืนยันก่อน แต่ถ้าไข้ดี สติดีหมด
คิดว่าคณะแพทย์ให้การรักษามาถูกทางแล้ว
ขณะที่ นายแพทย์อนุชิต
กล่าวว่า ความน่าจะเป็นไข้หวัด 2009
จากความเสี่ยงของอาการมีความเสี่ยงสูงที่น่าจะเป็น
พอดีเราเจาะผลเลือดเบื้องต้นเรื่องแบคทีเรียทั่วไปคิดว่า
น่าจะมีความเสี่ยงที่จะติดไข้หวัด 2009 ค่อนข้างสูง
ซึ่งตอนนี้เรากำลังรอผลยืนยันชัดเจน พีซีอาร์ จากกรุงเทพฯ อยู่
ขณะนี้กำลังไปส่งผลอยู่ แต่อาการเบื้องต้นเนื่องจากมีอาการไข้สูง หอบ
เหนื่อย และ มีไอ มีเสลด ปอดก็มีเสลดค่อนข้างมาก
อาการเบื้องต้นเข้าได้กับเรื่องไข้หวัด 2009
ตรงนี้คณะแพทย์ได้ทำการรักษาอาการเบื้องต้นไปก่อน โดยใช้ยาทามีฟลู
หลังจากให้ยาแล้วการตอบสนองค่อนข่างดี ไข้ลดลงค่อนข้างมากจากเมื่อวานนี้
และอาการทั่วไปค่อนข้างดีขึ้น
นายแพทย์อนุชิต กล่าวอีกว่า คณะแพทย์คิดว่าการให้ยาทามิฟลูไปแล้ว หลวงพ่อสามารถตอบสนองได้ สำหรับอาการป่วยคราวนี้รุนแรงการส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ศิริราช หรือ รพ.รามา นั้น คณะแพทย์เห็นว่าคงยังไม่ถึงขนาดนั้น ส่วนการให้ยาทามิฟลูเรื่องผลข้างเคียงนั้น ผลข้างเคียงของยาทามิฟลูโดยทั่วไปที่พบบ่อย เช่น การคลื่นไส้อาเจียน และท้องเสีย แต่ตอนนี้ให้ยาท่านไปยังไม่มีอาการดังกล่าว ส่วนผลตรวจเชื้อคงจะ 1 - 3 วัน จึงจะทราบผลชัดเจนได้ อย่างไรก็ตาม ผลตรวจเชื้อ ไม่ได้ 100% แต่ถ้าอาการมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในขณะนี้คณะแพทย์คิดว่าคงจำเป็นต้อง รักษาต่อให้ครบ อย่างไรก็ตามตอนนี้ฝากไปยังลูกศิษย์ถ้าใครมีไข้ มีไข้หวัด หรืออาการสงสัย อย่าไปเยี่ยมหลวงพ่อคูณ ในตอนนี้ และถ้าเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดไข้หวัด 2009 คณะแพทย์เคยรักษาหลวงพ่อที่อาพาธเส้นเลือดในสมองแตกมาแล้ว พอมีปัญหาเรื่องไข้หรืออาการไข้สูงมากๆ ในคนสูงอายุจะทำให้มีอาการซึมสับสนได้ หลวงพ่อก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน











